[Life log] เมื่อคิดอยากเรียนต่อ part1

เดือนนี้ก็เดือนที่7 ที่ทำงานมาแล้วค่ะ….. แต่ก็ตั้งแต่เริ่มทำงาน ที่บ้านก็เริ่มทักเรื่องที่อยากให้เรียนต่อ

(เอาจริงๆเลยนะ แกก็ทักตั้งแต่ตอนเข้างานแล้วล่ะ ว่าอยากส่งให้ไปเรียน

แต่เรายังสนุกกับงานมากๆจนรู้ตัวอีกทีมันจะเข้าเดือนที่8ไปแล้วววว)

มารู้ตัวอีกที่ อ่าวว นี่จะไม่ทันแล้วรึเปล่าเนี่ย เวลากระชั้นเข้ามาแล้ว

เมื่อวานเลยเข้าไปคุยกับเอเจนซี่ เพื่อปรึกษาเรื่องเรียนต่อ จึงได้แปลนคร่าวๆมาแบบนี้

plan

เรื่องพาสปอร์ตนี่ ของเราหมดปีหน้าค่ะ ซึ่งคือปีหน้าเราต้องไปทำใหม่

ส่วนสิ่งที่ต้องการก็จะมี

1.Transcript, Certificate อันนี้ยังไงถ้าเรียนจบมาจริงก็จะมีอยู่แล้ว ไม่ค่อยห่วงอะไร

2.IELTS อันนี้สำคัญและตัวลำบากเล้ยยยย ม.ที่เราอยากเข้าต้องการ 6.5 overall 6.0 ค่ะ

   ทำใจและลงเรียนภาษาซะดีๆ

3.Recommendation letters 2-3 ฉบับ ต้องไปขอจากอาจารย์กับที่ทำงาน อันนี้ก็ลำบากใจเล็กน้อย

4.SOP (Statement of Purpose) 1-2 A4 เขียนแนะนำตัวเอง,ทำไมถึงอยากเรียน

5.CV นี่ก็เพิ่งรู้เนี่ยว่าต้องมี แย่จริง นอกจากสมัครงาน ตอนเรียนก็ต้องมี CV ด้วยหรอ 5555 อันนี้สำคัญค่ะ คงต้องบรรจงทำ

6.Passport อายุควรเหลือ1-2ปี —-อันนี้ต้องไปต่อใหม่แน่นอล

ส่วนมหาลัยก็มีหลักๆที่อยากเข้าอยู่1 ที่ แต่คุยกับเอเจนซี่แล้วอาจจะส่งไป3ที่เพื่อสำรอง

แต่ละที่ก็จะเป็นที่ที่คิดว่าโอเคและอาจจะได้เข้าเรียน

ส่วนความก้าวหน้าเดือนนี้ก็คงเป็นการเรียนภาษา เดี๋ยวคงเป็นพาร์ทต่อไปว่าคิดว่าจะทำอะไรบ้าง

ไปComiketยังไงดีนะ?

20150814_2

สวัสดีค่ะ

จากวันที่14-16 สิงหาคมที่ผ่านมา เราได้ไปคอมิเกะครั้งที่88 (C88) ที่ญี่ปุ่นมาแบบที่ว่าทั้งฉายเดี่ยว ทั้งไปแบบไม่รู้ภาษา

จึงอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์กัน

 20150810

(เตรียมตัวก่อนมา)

1.เราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นค่ะ รู้แค่คำพื้นฐานแค่ขอบคุณ ขอโทษทำนองนี้เท่านั้น555+

นอกนั้นเราหาศัพท์บางคำแล้วท่อง/ลอกเขียนไป (คำไหนคิดว่าต้องได้ใช้แน่ๆ ปริ้นออกมาเลยก็ได้ค่ะ)

2.เป็นคนที่หลงทางง่ายดายมาก (ซึ่งไปหลงทางวันแรกมาแล้ว)

3.จะเขียนตามความเข้าใจของเรานะคะ ซึ่งหากมีผู้รู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้จะแก้ให้ค่า

….พูดถึงฤดูร้อนของญี่ปุ่น

-ร้อนมากกกกกกกก!!เสมอไทยหรือมากกว่าเลยทีเดียว เป็นแวมไพร์นี่ตายตั้งแต่ก้าวออกจากห้อง

ร้อนแดดแรงด้วยค่ะหากไม่มีฝน อาจจะเพราะติดทะเล เราไปต่อคิวคอมิเกะมานี่ผิวเปลี่ยนสีเลยทีเดียว เศร้า

-คนญี่ปุ่นไม่ค่อยกางร่มบังแดด.. อันนี้สังเกตเอาค่ะ น้อยคนมากที่จะกางร่มบังแดด

ส่วนมากถ้าต่อคิวกลางแดดเขาจะเอาผ้าคลุมหัวเพื่อบังแดด

-เช็คพยากรณ์อากาศก่อนจะเดินทางด้วยนะคะ วันที่ฝนตกจะได้พกร่มออกมาด้วย

….เตรียมอะไรไปดีนะ(สำหรับหน้าร้อน)

พัด(ช่วยชีวิตมาก)+ร่ม+เสื้อกันฝน(เผื่อ)+ผ้าขนหนู(ไว้ซับเหงื่อ/คลุมหัว,ตัวเพื่อกันแดด)+น้ำ(ใกล้ๆคิวมีขายค่ะแต่จะพกไปก็ได้)

ยาดม(เผื่อ)+ผ้าเย็น(เห็นบางคนใช้แผ่นลดไข้)+ของกินเล็กๆน้อย(เหมือนข้าวงี้จะห้ามกินในแถวนะคะ)+ของแก้เบื่อ+ผ้ารองนั่ง/เก้าอี้สนามอันเล็กๆ+ครีมกันแดด

daiso

(ไดโซมีขายค่ะแบบนี้)

….เข้าคิวเช้า

งาน Comiket นั้นเปิดงาน10โมงค่ะ (ถ้าเข้าคิวอยู่ตอนนั้นจะมีเสียงปรบมือ แปะๆๆๆ)

แต่! ถ้าจะไป10โมง แล้วโดจินหรือของที่ต้องการซื้อเป็นเซอร์เคิลดังๆหรือคนเล็งเยอะนี่ผิดถนัดค่ะ

ต้องเช้ากว่านั้น!

วันแรกเรามาถึง Tokyo big sight(สถานที่จัดงาน) ตอน 6.30น. คิวก็มหาศาลแล้ว(ฮือ) หลังงานเปิด 1-2ชม.

เริ่มมีประกาศของหมดกันแล้ว เพื่อนที่เรียนที่ญี่ปุ่นบอกว่ามาเวลานี้ก็ถือว่าสายแล้วแงง

อยากซื้อของที่คนต้องการมาก= มาให้เช้าที่สุด (แล้วอย่าเดินเข้าแถวผิด ..เหมือนเรานะคะ555ต้องเข้าคิวใหม่)

(JR รถไฟเที่ยวแรก 4.45น.ค่ะ)

….มางานยังไง

train2

แต่ละคนพักกันคนละที่เอาเป็นว่าเราตัดสินใจไปทางรถไฟสาย Yurikamome ซึ่งขึ้นจากสถานี Shimbashi (ใครหาไม่เจอดูในJR สาย Yamanote ได้ค่ะ)

Shinbashi station —Yurikamome line—>ลงสถานี Kokusai tenjijo seimon

(ประมาณ312เยนมั้งคะต่อเที่ยว)

แต่เหมือนจะไปได้อีกทางนึงทางรถไฟสาย Rinkai (น่าจะเปลี่ยนจากJR เป็นเมโทร…อันนี้เราไม่ได้นั่งค่ะ)

Osaki station —Rinkai line—>ลงสถานี Kokusai tenjijo seimon

สามารถใช้google map หาroute รถไฟเอาได้ค่า

….จำไว้จะช่วยได้เยอะเลย

1. Hallงานมี2ส่วนใหญ่ๆค่ะ แบ่งเป็นต.ตก และต.ออก

ให้จำ2ตัวนี้ไว้ให้ขึ้นใจ …จริงๆเค้ามีอังกฤษกำกับแต่จำไว้ไม่เสียหลายค่ะ มันช่วยได้เวลารีบๆ

(ตะวันตก West 西)

(ตะวันออก East 東)

2. Saigobi ไซโกบิแปลว่าหางแถวค่ะ

(__ตัวเลข___+kai แปลว่าชั้น เช่น yonkai kokodasuka? นี่ชั้น4ใช่มั้ย /ชี้ไปที่แถว)

ปกติถ้าคิวยาวๆจะมีคนถือป้ายหางแถว แต่หางแถวนั้นอาจจะเป็นการแบ่งแถวออกมาอีกทีนึง

c4

ต้องถามก่อนว่านี่หางแถวรึเปล่า

Saigobi koko desuka? (เราท่องก่อนวันไป ได้ใช้ด้วย)

หรือถ้าบูทออฟืเชี่ยล จะมีสต๊าฟคอยตะโกนบอกค่ะ ว่านี่เป็นหางแถว ตะโกนไซโกบิๆนี่เลย

3. เข้าคิวตอนเช้าอยู่ริมแถวจะสบาย ไม่ต้องไปแย่งอากาศหายใจกลางแถวค่ะ

4. วางแผนวิ่งบูท/เซอร์ต่างๆไว้ให้ดีค่ะ อย่าไปงมทางเอาในงานเลยค่ะ

(ตัวอย่างผังแมพ) ในส่วนเซอร์เคิล ตามเสาจะมีบอกผัง+จุดที่เราอยู่ค่ะ มองหาเสาไว้

….ออกจากสถานีแล้วทำไงต่อ

c1

 

ออกจากสถานีจะมีสต๊าฟงานคอยตะโกนบอกค่ะ ว่าจะไปฮอลต.ออกหรือต.ตก ป้ายหน้าสถานีจะมีภาษาอังกฤษบอกค่ะ ง่ายหน่อย

พอแยกตามทางแล้วสิ่งที่ทำคือเดินตามคนไปจนถึงหางแถวที่เขาไปต่อกันเลยค่ะ (เราไป3วัน ไปคนละเวลาทางไม่เหมือนกันซักวัน)

พอถึงหางแถวแล้วก็ยืนรอซักพัก แล้วสต๊าฟก็จะให้นั่งรอค่ะ

บางคนก็จะปักแลนด์มาร์คไว้เช่นผ้ารองนั่งหรือเก้าอี้ แล้วก็ออกแถวไปหาอะไรกิน (แต่ต้องออกก่อนเคลื่อนแถวนะคะ แถวจะเคลื่อนประมาณ 9.30น.) จากนั้นก็เดินตามๆแถวไปเลยค่า

20150814_3

….สำหรับฮอลตะวันตก

20150814_1

ป้ายทางไปดาดฟ้า(หลังขึ้นบันได)

หลังจากที่เดินถึงหน้าตึก Tokyo big sight แล้ว(ขึ้นบันไดไปแล้ว) จะต้องยืนรอคิวเข้าฮอล จะมีทางแยกคือ

ฮอลต.ตกจะแบ่งเป็น3ส่วนค่ะ

1. Hall1 2.Hall2 (ขึ้นบันไดแล้วแยกไปทางเดียวกัน)

3.ดาดฟ้า หรือcorperate booth(บูทออฟิเชี่ยลนั่นเอง)(แยกไปอีกทางหลังขึ้นบันไดหน้าตึกแล้ว)

ทางแต่ละส่วนนั้นเมื่อแยกไปแล้ว จะต้องไปเข้าคิวของแต่ละส่วนอีกที

พอเข้าไปได้แล้ว ต้องไปต่อคิวของแต่ละบูทอีก(เว้นเซอร์เคิลบางอัน อาจไม่ต้องต่อคิว)

แต่บูทออฟฟิเชี่ยลรับประกันความโหดค่าาาา

…สรุปคิวใหญ่ๆสำหรับคนที่จะไปบูทออฟฟิเชี่ยล(ที่วงเล็บคืออาจจะมี/ไม่มีก็ได้ค่ะ)

คิวใหญ่รอเข้างาน-(คิวหน้าตึก)-(คิวรอขึ้นดาดฟ้า)-คิวบนดาดฟ้า(ร้อนมาก!!)-คิวแต่ละบูท(อาจจะมีแบ่งคิวออก

มา)

…เคล็ดในการเดินบูทออฟฟิเชี่ยลคือ


c2

 

– ให้จำหมายเลขบูทไว้ค่ะ

– เป็นไปได้ให้จำตัวญี่ปุ่นของออฟิเชี่ยลไว้ก็ดีค่ะ

-เห็นป้ายที่เขียนเลขหรือชื่อบูทที่เราต้องการ ให้’เลี้ยวเข้า’ ห้ามเดินผ่าตามทางเดินนะตะ(เราพลาด เดินผ่านไป)

-ถ้าไม่มั่นใจ ไปถามสต๊าฟที่ถือป้าย ว่านี่ท้ายแถวมั้ยแบบ saigobi kokodesuka?

ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเค้าตอบอะไรค่ะ ดูภาษากายเอา ถ้าใช่ก็ต่อเลย ถ้าไม่ใช่ก็ดูว่าคนไปทางไหนกัน

หรือถามสต๊าฟ(ใช้อังกฤษ/google translate)

(คือบางทีมันจะมีการแบ่งหัวแถวจากคิวหลักออกมาเพื่อต่อซื้อของค่ะ ไปต่อมั่วๆจะโดนไล่ออกจากแถวนะ555)

c3

…ข้อมูลอื่นๆ

วันที่1    หลักๆน่าจะเป็นเกมค่ะ(ไม่ค่อยได้เดิน วันนั้นเหนื่อยมากกกกกก ผิดหวังด้วย ของหมด)

วันที่2    เป็นวันของผู้หญิง เรียกงี้แล้วกัน มีเซอร์โชโจ มีวาย

วันนี้เดินสบายๆค่ะสำหรับเซอร์(ไม่ได้หมายความว่าสบายจริงๆนะคะ คือมันสบายกว่าอีก2วัน…)

วันที่3    เป็นวันนรกของเราค่ะ เป็นวันของผู้ชาย โฮๆๆๆ ผู้ชายเยอะมากหายใจไม่ออกกกก

จริงๆมีส่วนของคอสเพลกับอิลัสจะขายเยอะนะคะวันนี้

สำหรับวันที่3 ที่เราไปมา โซนตะวันตกเดินง่ายค่ะ อิลัสขายเยอะ ช็อปสนุกมาก

แต่!!

ถ้าไม่ได้มาเพื่อโซนคอสเพล หรือการ์ตูนเฮนไตหรือโมเอะที่ผู้ชายมักเสพกัน(เราเรียกไม่ถูก ขอโทษด้วยนะคะ)

….ไม่ต้องไปโซนฮอลตะวันออกก็ได้ค่ะ ไปมานี่เกือบตาย เลวร้ายกว่าขึ้นรถไฟช่วงRush hourที่ญี่ปุ่น

โดนผลัก/อัดแรงมาก หายใจไม่ออก โฮๆ

จริงๆถ้ามาซื้อโดก็ดูว่าเขามาวันที่เท่าไหร่ฮอลไหน บูทเลขอะไรก็ได้แล้วค่า

20150816_1

(อันนี้โซนeastค่ะ เราเพิ่งเดิน(โดนผลักTT)ออกมาจากแถวบูทที่เป็นคอสเพล คือจะมาหาบูทคุณบิลลี่ ได้เห็นแต่หน้าจริงๆ ไม่ทันได้ชักภาพ/ซื้อรูปก็โดนผลักไหลออกมาแล้ว โหดร้ายมาก แงงงง)

20150816_3

20150816_2

(สองภาพนี้คือออกมาถ่ายนอกฮอลแล้วค่ะ ยอมแพ้ ดูคนข้างในสิคะ!!)

หลักๆก็มีเพียงแค่นี้แหละค่า ส่วนใหญ่เราพิมพ์ตอนอยู่คนเครื่องขากลับอาจจะมีพิมพ์ผิดไปบ้าง บอกได้นะคะ

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากรู้เรื่องอื่นๆ(ถ้าเราตอบได้) ถามมาได้เลยค่ะ

ทวิตเตอร์ @Aupairlin (ฟลัดหนักมาก TT)

เพจ https://www.facebook.com/aupairlin17

(ปกติเราไปนี่ก็ฉายเดี่ยวซะส่วนมากค่ะ มันจะดีมากจริงๆถ้ามีเพื่อนไปด้วยกัน)

เครติดอื่นๆ

บลอคที่เราหาข้อมูลก่อนไปงาน http://otatour.blogspot.com/2014/12/go-to-comiket.html

ภาพเก้าอี้ http://m.itruemart.com/products/detail/-2125715356501.html

[Review] LOREAL color riche สีทอง

สวัสดีค่า

วันนี้จะมารีวิวของอีกอย่างนึงที่ใช้แล้วดี๊ดี นั่นก็คือ

ลิปสติกLOREAL color riche รุ่นสีทอง

ฉลากเค้าเขียนว่า Sumptous color , continuous moisture คงแนวแบบว่า สีชัดเจนแล้วก็ให้ความชุ่มชื้น

สีนี้สี Dewy beige ค่ะ

 1.พูดถึงสี ♥♥♥♥♥

– สีสวยมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะ หยิบมาทาได้แบบไม่ต้องคิดเลย คือปาดยังไงก็สวย ไม่ต้องใช้กระจก

สีไม่เปลี่ยนหลังทา!

….แน่ะ Revlon กับ Cutepress บางตัวมีปัญหานี้ด้วยนะคะ ปัญหาใหญ่ด้วย

2.เนื้อสัมผัส ♥♥♥♥♥

– ไม่แมทนะคะ เป็นเนื้อแบบmoisturize มีความวาวๆหน่อยแต่ไม่มาก

รู้สึกว่าเนื้อมันเบาๆ ไม่รู้สึกเหมือนมีอะไรมากองบนปากตลอดเวลา ดีงาม♥

3.ติดทน ♥♥♥

– ไม่ทนมากค่ะ….แต่ก็ทนระดับนึงนะ ไม่น่าเกลียด

ต้องเติมหลังกินข้าวอะไรงี้อยู่ดี แต่เติมง่าย ไม่เป็นคราบ

(แต่ปกติใช้ลิปตัวอื่น แม้แต่ตัวแมคเองหลังกินข้าวก็ต้องเติมอยู่ดีค่ะ …. แต่ลิปที่แพงกว่าขั้นนั้นยังไม่เคยลอง)

แนะนำว่าถ้าอยากลองแบบชัดๆมันจะมีอีกรุ่นค่ะ เป็นรุ่นสีเงิน เนื้อแมท เค้าบอกว่าติดทนมากๆเลย

4.ความชุ่มชื้น ♥♥♥♥

– ชุ่มชื้นดีค่า ไม่ต้องโบกลิปมันเยอะมากก่อนทา(ปกติใช้นี่ทาตัวนี้เดี่ยวๆเลย)

5.Pigmented ♥♥♥♥

-สีปาดไปทีเดียวอยู่ค่ะ ถือว่าชัดเจน เนื้อดีมากกกกก รัก

ส่วนผสมถ่ายมาให้ดูแล้วนะคะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของสี กับเนื้อของลิปมากกว่าล่ะมั้งหนิ

image

รวมๆแล้วยังนึกไม่ออก แต่ลิปสติกที่เคยใช้มาเจ้าตัวนี้โค่นหมดจริงๆค่ะ

หลังๆไม่ค่อยชอบใช้เนื้อแมทเท่าไหร่แล้ว

เพราะบางทีมันเติมยาก(ต้องไปยืนเล็งกับกระจก) แห้ง หนักๆปากพิกลๆ บางตัวเป็นคราบด้วย

ตัวนี้ที่เราเติมคือเติมเหมือนเวลาเราทาลิปมันเลยค่ะ ปาดๆเสร็จ มั่นใจว่าออกมาดีชัวร์ๆ

มันชนะตัวอื่นๆเพราะราคา+สี = ดูแพงในราคากลางๆ ซื้อหลายสีได้ไม่เสียดายมาก

ราคาในวัตสัน 399 บ.(400นั่นแหละ)

แนะนำว่าให้รอลดราคาค่อยสอยค่ะ แท่งนี้เราสอยมา 299 บ. ลดไปตั้งร้อยนึงแน่ะ

image

ดู swatch ตามรูปเลยค่ะ ขุยๆนั่นคือขนที่แขนนะ

เนื้อมันจะวาวๆหน่อย ลื่นๆ

เค้าบอกว่าถ้าทาแรงๆมันจะหักง่ายด้วยนะ แต่ของเรายังไม่หัก

คราวก่อนซื้อมา3แท่ง (แต่ซื้อสีนี้ซ้ำมา2แท่ง) แฮ่ๆๆๆ ไม่รู้กี่ชาติจะใช้หมด

image

คะแนนตัวนี้ให้ไปก่อนเลย 4.5/5 ค่ะ

หักนิดตรงติดไม่ทนมาก แล้วก็เผื่อในอนาคนจะเจอสิ่งที่ดีกว่า

***

ต่อไป

เพิ่งเจอไปอีกอันของ Cutepress ค่ะ เนื้อแนวๆนี้แต่ชุ่มชื้นและวาวกว่านิดหน่อยค่ะ

ติดรีวิวไว้ตอนต่อๆไปเด้อ

#สุ่มหาของกิน Brookside Darkchoc

วันก่อนไปหยิบสุ่มขนมที่ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตตามเดิม(ที่ประจำ)
คิดว่ามันน่าอร่อยดีเลยหยิบมา

แถ่น แท้นนนนนนน~

image

ราคา85บ.ถ้วน มี85กรัม (กรัมละบาทอ่ะดิ่)

ชื่อเต็มคือ Brookeside(ชื่อยี่ห้อก่อนนะจ๊ะ ทีละอย่าง)
Dark chocolate pomegranate and fruit flavors
(มีนมผง/เลซิตินจากถั่วเหลืองนะคะ สำหรับคนที่แพ้)

ผลิตจากเฮอร์ชี่ แคนาดา แหมะะ ดูมีภาษี~

ตอนกินไปครั้งแรกรู้สึกแหม่งๆ เพราะมันขม
….ก็ดาร์คช็อค(ตอนนั้นยังไม่ทันคิด)…
กินไปกินมาเอออร่อย ไปๆมาๆ
ซื้อมากินแล้ว5ซอง oTL!! คือยังไงเนี่ย

คือถ้ากินแล้วยังไม่กัดเลย ช็อคโกแล็ตมันจะละลายค่ะ เป็นดาร์คช็อคหวานปนขมนิดๆกำลังดี
เสร็จแล้วจะเจอเยลลี่สอดไส้ข้างในตัดรสหวานไม่ให้เลี่ยน จะออกรสเปรี้ยวหวานแบบเบอรรี่ๆ
กินด้วยกันนี่แหล่มมาก เยลลี่ข้างในหอมๆด้วยแหละ

ซื้อเบิ้ลๆหลายห่อนี่เพราะเยลลี่หลักๆเลยนะเนี่ย

อร่อย เสียตัง จน แฮปปี้!!

(มีห่อแดงรสทับทิม กับห่อน้ำเงินแบล็คเบอรรี่มั้งคะ อร่อยเหมือนกัน แต่เฮาชอบสีแดงมากกว่า)

#สุ่มหาของกิน ชาHoujicha (avance)

วันนี้ได้ชาโฮจิฉะมา
ยี่ห้อavance
เพราะเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งในเฟสบุ๊คซื้อมากินเลยอยากลองบ้าง ^ q ^)9

image

เค้าบอกเป็นชาเขียวอบแห้ง
มี20ถุง ถุงแบบในภาพเลยจ้า ราคา110บ.
ซื้อจากริมปิงซุปเปอร์มาร์เกต
เป็นกล่องแล้วมีซิปล็อคปิดสะดวกดี(แพคเกจดีมาก ชอบๆ)

รสชาติ…ปรากฏว่าไม่ขมแฮะ! (ดูจากกล่องนี่คาดเดาความขมไว้ในใจ)
หอมนิดหน่อย รสจางๆ
หวานติดปลายลิ้น

ใครชอบชารสอ่อนๆน่าจะชอบ
แต่เฮาชอบขมๆฮื่อ

(แอบเฟลไปอีกอันสำหรับเรา)

[Review] Aesop Rosehip seed lip cream

จู่ๆก็อยากรีวิวอะไรเล็กๆน้อยๆอีกแล้วค๊าา

ครั้งนี้เป็นlip cream จริงๆก็ลิปมันนั่นแหละจ้า

เราเป็นผู้หญิงบ้าลิปมันมาก เห็นก็อดซื้อไม่ได้ ถามว่าใช้หมดมั้ย….ก็ไม่

เข้าเรื่องดีกว่า ตามชื่อค่า

ตัวนี้คือ Aesop Rosehip seed lip cream

รีวิวเห็นน้อยยยยยยเหลือเกิน

เห็นราคาในเว็บตั้ง 650บ.

image

แต่!!

ซื้อจริงๆ(ที่ญป.) ราคา1600¥ ….460กว่าบาทเอง

ดีแล้วไม่สั่งไป แม่ค้าฟันกำไรหนาเลยสิ

☆1.เนื้อสัมผัส

นึกถึงครีมทาผิวไว้นะคะ นั่นเลยค่าา ครีมๆเลย

ลมชื่อลิปครีม เห็นรูปร่างตอนแรกเกือบไม่กล้าทาปาก5555

ให้4/5 ละกัน ทาง่ายดี

image

☆2.ความชุ่มชื้น

ไม่เลยค่ะ ไม่ชุ่มชื้นเลย ปากแห้งอย่างไรก็อย่างนั้น เป็นขุยๆเหมือนเดิม

เอาไป1/5 พอ

☆3.กลิ่นและรส 

กลิ่นนี่น่าจะแนวตะไคร้ค่ะ

ส่วนรสชาติไม่อร่อยนะ

เห็นรีวิวแล้วนึกในใจว่าซื้อมาคงเสียดายตังใช่มั้ย

ก็หน่อยๆค่ะ แต่ก็ไม่แย่ไปหมดหรอก(มั้ง55555)

คาดว่าส่วนผสมน่าจะดีค่ะ ถึงแม้จะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก

อาจจะช่วยให้ผิวหนังที่ริมฝีปากดีขึ้นก็ได้ มั้ง…..

ตอนนี้เพิ่งเริ่มๆใช้เองค่ะ ยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่

 

-ถ้าแนะนำlip creamที่ดี เราว่า DHCค่ะ เริ่ดๆ

-ถ้ามีสีหน่อยก็แนะนำ Dior lip glow(แต่แพงงง)

ไว้มีโอกาสจะแวะมารีวิวสองตัวนี้นะคะ

ตอนนี้ลาก่อนค่า

(พิมพ์ในมือถือ ตกหล่นๆช่วยแจ้งหน่อยนะคะ)
☆เจ้าของเดียวกันกับ Linking.exteen.comจ้า (ตามเครติดภาพน้า)